ประโยคภาษาอังกฤษที่นึกถึงเวลาเราไปซื้อของก็บันทึกไปแล้ว ตอนนี้ลองสลับมานึกถึงตอนที่เราเป็นคนขายบ้าง
เวลามีลูกค้าเข้ามาถามหรือเลือกของ ก็น่าจะมีประโยคสั้น ๆ ที่ได้เจอบ่อย เลยเก็บประโยคที่น่าจำเอาไว้
What would you like?
รับอะไรดี? / อยากได้อะไร?
นึกภาพว่าลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน แล้วเราถามว่าอยากได้อะไร
จำคำว่า would you like ก็คือ “อยากได้ / ต้องการ”
What can I get for you?
รับอะไรดี? / ให้เอาอะไรให้?
ความหมายคล้ายกับประโยคก่อนเลย เป็นอีกแบบที่ใช้ถามลูกค้าว่าต้องการอะไร
จำคำว่า get ก็คือ “เอา / หาให้”
Which one would you like?
เอาอันไหนดี? / อยากได้อันไหน?
ถ้ามีของหลายแบบให้เลือก เราก็ถามลูกค้าว่าอยากได้อันไหน
จำคำว่า which one ก็คือ “อันไหน”
This one or that one?
เอาอันนี้หรืออันนั้น?
ถ้ามีของอยู่สองชิ้นให้ลูกค้าเลือก ประโยคนี้สั้นดี
จำคำว่า this ก็คือ “อันนี้” ส่วน that ก็คือ “อันนั้น”
How many would you like?
เอากี่ชิ้น?
เมื่อลูกค้าเลือกของแล้ว เราอยากถามต่อว่าจะเอากี่ชิ้น ก็ใช้ประโยคนี้
จำคำว่า how many ก็คือ “กี่”
Would you like another one?
รับเพิ่มอีกอันไหม?
ถ้าลูกค้ากำลังเลือกของอยู่ แล้วเราอยากถามว่าจะรับเพิ่มอีกอันไหม
จำคำว่า another ก็คือ “อีก / อีกหนึ่ง”
Anything else?
รับอะไรเพิ่มอีกไหม? / เอาอะไรเพิ่มอีกไหม?
ลูกค้าดูเหมือนจะเลือกของเสร็จแล้ว เราถามสั้น ๆ แบบนี้ได้
จำคำว่า else ก็คือ “อื่น / อีก”
Do you need anything else?
ต้องการอะไรเพิ่มไหม? / ต้องการอะไรอีกไหม?
ความหมายคล้ายกับ Anything else? แต่เป็นประโยคที่พูดเต็มขึ้นมาอีกหน่อย
จำคำว่า need ก็คือ “ต้องการ”
What color would you like?
รับสีอะไรดี?
ถ้าของมีหลายสี ก็ถามลูกค้าว่าต้องการสีอะไร
จำคำว่า color ก็คือ “สี”
What size would you like?
รับไซซ์อะไรดี?
ถ้ามีหลายขนาด ก็ถามลูกค้าว่าต้องการไซซ์ไหน
จำคำว่า size ก็คือ “ขนาด / ไซซ์”
It's 100 baht.
ราคา 100 บาท
ลูกค้าถามราคา เราก็ตอบราคาแบบนี้ได้เลย
It's 200 baht each.
ชิ้นละ 200 บาท
ถ้าของชิ้นละ 200 บาท ก็เติม each เข้าไป
จำคำว่า each ก็คือ “ชิ้นละ / อย่างละ”
They're 50 baht each.
ชิ้นละ 50 บาท
ถ้าพูดถึงของหลายชิ้น ใช้ They're แล้วตามด้วยราคาได้
จำ each ก็คือ “ชิ้นละ / อย่างละ”
Sure.
ได้เลย / ได้
นึกสถานการณ์ว่าลูกค้าถามว่า
Do you have this in pink?
มีอันนี้สีชมพูไหม?
ถ้าเรามี ก็ตอบสั้น ๆ ว่า Sure.
ฟังดูเป็นกันเองและตอบรับง่าย ๆ
Of course.
ได้เลย / แน่นอน
นึกสถานการณ์ว่าลูกค้าถามว่า
Can I pay by card?
จ่ายด้วยบัตรได้ไหม?
ถ้าร้านรับบัตร ก็ตอบว่า Of course.
สองคำนี้ใช้ตอบรับได้เหมือนกันว่า “ได้เลย / ได้”
Sure = ได้เลย
Of course = แน่นอน / ได้เลย
No problem.
ไม่มีปัญหา / ได้เลย
เวลาลูกค้าขออะไรที่เราช่วยให้ได้ ก็ตอบแบบนี้ได้
Okay.
โอเค / ได้
ถ้าลูกค้าบอกว่าจะเอาชิ้นไหน หรือเอากี่ชิ้น เราก็ตอบสั้น ๆ ว่า Okay. ได้เลย
Here you are.
เชิญเลย / รับนี่ได้เลย
เวลาหยิบของหรือส่งของให้ลูกค้า ประโยคนี้ฟังดูสุภาพและเป็นมิตร
Please have a look.
เชิญดูได้เลย
ถ้าเอาของให้ลูกค้าดู หรืออยากให้ลูกค้าลองดูสินค้าก่อน ประโยคนี้ใช้ได้เลย
จำคำว่า have a look ก็คือ “ดู / ลองดู”
Let me get that for you.
เดี๋ยวหยิบให้
นึกภาพว่าลูกค้าต้องการของบางอย่าง แล้วเรากำลังจะหยิบให้
ประโยคนี้ให้ความรู้สึกว่าเรากำลังช่วยลูกค้า
I'll get that for you.
เดี๋ยวจัดการให้
ความหมายคล้ายกับประโยคก่อน เป็นอีกแบบที่ใช้บอกลูกค้าว่าเราจะจัดการให้
จำคำว่า get ก็คือ “เอามาให้ / จัดการให้” ตามสถานการณ์
That's fine.
ได้เลย / ไม่เป็นไร
นึกสถานการณ์ว่าลูกค้าบอกว่า
I'd like this one instead.
ฉันขอเปลี่ยนเป็นอันนี้แทน
เราก็ตอบว่า That's fine. ประมาณว่า “ได้เลย / ไม่เป็นไร”
Here's your change.
นี่คือเงินทอน / เงินทอนของคุณ
หลังจากลูกค้าจ่ายเงินแล้ว เราส่งเงินทอนให้พร้อมพูดประโยคนี้
จำคำว่า change ก็คือ “เงินทอน”
Here's your receipt.
นี่คือใบเสร็จ / ใบเสร็จของคุณ
หลังจากรับเงินแล้ว เราส่งใบเสร็จให้ลูกค้า
จำคำว่า receipt ก็คือ “ใบเสร็จ”
Thank you. Have a nice day!
ขอบคุณ ขอให้เป็นวันที่ดี
ตอนลูกค้ากำลังจะกลับจากร้าน ก็ปิดท้ายด้วยประโยคนี้ได้
บทความในชุดเดียวกัน
- ตอนที่ 1
- ตอนที่ 2
- ตอนที่ 3
ประโยคภาษาอังกฤษที่อยากจำไว้ ในวันที่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อ >>> อ่านตอนที่ 1
ประโยคภาษาอังกฤษที่อยากจำไว้ เวลาทักทายและพูดคุย >>> อ่านตอนที่ 2
ประโยคภาษาอังกฤษที่อยากจำไว้ เวลาขอความช่วยเหลือ >>> อ่านตอนที่ 4
ประโยคภาษาอังกฤษที่อยากจำไว้ เวลาไปซื้อของ >>> อ่านตอนที่ 5
- ตอนที่ 6
ประโยคภาษาอังกฤษที่อยากจำไว้ ตอนเป็นคนขาย >>>กำลังอ่านอยู่ในบทความนี้
ประโยคภาษาอังกฤษที่อยากจำไว้ เรื่องเวลานัดหมาย >>> อ่านตอนที่ 7ประโยคภาษาอังกฤษที่อยากจำไว้ เรื่องเวลาในชีวิตประจำวัน >>> อ่านตอนที่ 8
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น