วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569

Crocheting Rounded Cat Ears for a Cat Doll

When making a crochet cat doll, the ears are a small detail that can make a big difference. Instead of sharp triangle ears, I wanted the ears to look slightly rounded and softer, giving the doll a cuter and more gentle look.

In this post, I’ll share a way to crochet triangle-shaped cat ears with softly rounded tips. You can follow the step-by-step instructions if you’d like to try making this style of ears for your dolls.

I hope this idea can be helpful and inspire other crocheters who enjoy creating cute handmade dolls.

Have fun crocheting! 



วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

วิธีเปลี่ยนสีและความหนาเส้นคั่นใน Word ใช้ได้ทุกเวอร์ชัน

หลายคนที่ใช้งาน Microsoft Word และสร้างเส้นคั่นในเอกสาร อาจคิดว่าเส้นคั่นที่ได้ ไม่สามารถเปลี่ยนสีหรือปรับความหนาได้ จึงมักใช้แบบเดิมตามที่โปรแกรมกำหนดไว้

จริง ๆ แล้วเส้นคั่นใน Word สามารถปรับแต่งได้ ทั้ง การเปลี่ยนสีและการปรับความหนาของเส้น เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบของเอกสารมากขึ้น

วิดีโอนี้จะแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการปรับสีและขนาดของเส้นคั่น ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับ Word ทุกเวอร์ชัน

ดูขั้นตอนการทำได้จากวิดีโอด้านล่าง




วิธีถักโครเชต์ลายสามเหลี่ยม (Triangle Crochet)

เทคนิคเพิ่มห่วง 3 จุดที่มุม

ลายสามเหลี่ยมเป็นพื้นฐานสำคัญอีกลายของงานถักโครเชต์ สามารถนำไปต่อเป็นผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าพันคอ หรือใช้เป็นชิ้นงานตกแต่งก็ได้ จุดสำคัญของลายนี้คือ การเพิ่มห่วงที่มุมทั้ง 3 ด้าน เพื่อให้ชิ้นงานขยายเป็นรูปสามเหลี่ยมสวยงาม มุมที่ได้จะเป็นมุมโค้งมน 

ในบทความนี้จะใช้ Magic Ring เริ่มต้น และเพิ่มห่วงแบบ Triple Increase (3 sc ในหลักเดียวกัน)

คำย่อที่ใช้ในแพทเทิร์น

mr = Magic Ring (วงแหวนเริ่มต้น)

sc = single crochet (ควักสั้น)

triple increase = ถัก 3 sc ในหลักเดียวกัน

วิธีถัก

รอบที่ 1

MR ถัก 6 sc ลงในวง

(รวม 6 หลัก)

รอบที่ 2

[ 1 sc, 1 triple increase ] ทำซ้ำ 3 ครั้ง

(รวม 12 หลัก)

รอบที่ 3

2 sc, 1 triple increase,

[ 3 sc, 1 triple increase ] ทำซ้ำ 2 ครั้ง, 1 sc

(รวม 18 หลัก)

รอบที่ 4

3 sc, 1 triple increase,

[ 5 sc, 1 triple increase ] ทำซ้ำ 2 ครั้ง, 2 sc

(รวม 24 หลัก)

รอบที่ 5

4 sc, 1 triple increase,

[ 7 sc, 1 triple increase ] ทำซ้ำ 2 ครั้ง, 3 sc

(รวม 30 หลัก)

เคล็ดลับ

- จุดสำคัญของลายนี้คือ เพิ่มห่วงที่มุมทั้ง 3 มุม ทุกแถว

- ทุกครั้งที่ขึ้นแถวใหม่ จำนวน sc ระหว่างมุมจะเพิ่มขึ้น

- ถ้าต้องการชิ้นงานใหญ่ขึ้น สามารถถักต่อโดยเพิ่มจำนวน sc ระหว่างมุมตามรูปแบบเดิม

วิดีโอสอนถัก

สามารถดูขั้นตอนการถักแบบละเอียดได้ในวิดีโอนี้




วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

วิธีสร้างเส้นคั่นใน Microsoft Word แบบเร็ว ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้

เวลาทำเอกสารใน Microsoft Word บางครั้งเราต้องการ เส้นคั่น เพื่อแบ่งเนื้อหาให้ดูเป็นระเบียบ เช่น คั่นหัวข้อหรือแบ่งส่วนของเอกสาร แต่หลายคนมักใช้วิธีเปิดเมนูหลายขั้นตอนเพื่อสร้างเส้น ซึ่งจริง ๆ แล้วมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นมาก


Microsoft Word มี เทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้สร้างเส้นคั่นได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องไปกดเมนูอะไรเลย เพียงใช้แป้นพิมพ์ไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถสร้างเส้นคั่นในเอกสารได้ทันที


เทคนิคนี้ใช้ได้กับ Word หลายเวอร์ชัน และช่วยให้การทำเอกสารเร็วขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่ต้องแบ่งเนื้อหาในรายงานหรือเอกสารต่าง ๆ สามารถดูจากวิดีโอด้านล่างได้เลย



วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

Crochet Mesh Crop Top – No Seam

 Today I would like to share my crochet project, a Crochet Mesh Crop Top with a simple and beautiful mesh pattern. This top is lightweight and comfortable, perfect for warm weather.

The special feature of this top is that it is crocheted continuously in one piece. There are no side seams and no visible shoulder seams, because everything is joined using crochet instead of sewing. This gives the top a clean and seamless look.

The neckline is finished with single crochet (sc) to create a neat and tidy edge.

This project is suitable for beginners and anyone who enjoys making simple handmade clothing. You can choose your favorite yarn color and adjust the length to match your personal style.

Enjoy crocheting, and please support my channel. Happy crocheting!



วิธีสมัครขายภาพกับ Depositphotos อีกช่องทางหารายได้จากรูปถ่าย

ช่วงนี้หลายคนเริ่มมองหารายได้เสริมออนไลน์ เราเองก็เหมือนกันค่ะ เลยลองหาวิธีเอาสิ่งที่ชอบอย่าง การถ่ายรูป มาสร้างรายได้

หนึ่งในวิธีที่น่าสนใจก็คือ การขายภาพ Stock Photo ซึ่งเว็บที่เราเลือกลองคือ Depositphotos เป็นเว็บไซต์ขายภาพระดับโลกที่มีคนจากหลายประเทศเข้ามาซื้อภาพไปใช้ในงานต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ โฆษณา บทความ หรือสื่อออนไลน์ ใครที่ชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใช้มือถือหรือกล้อง ก็สามารถลองทำได้เหมือนกันค่ะ

วันนี้เลยอยากมาแชร์ขั้นตอนตั้งแต่ การเตรียมรูป เตรียมเอกสาร ไปจนถึงการสมัครขายภาพ

1. เตรียมภาพตัวอย่างก่อนสมัคร

ก่อนจะสมัครเป็นผู้ขาย เราต้องเตรียม ภาพตัวอย่าง 5 ภาพ เพื่อส่งให้เว็บไซต์ตรวจสอบก่อน ถ้าผ่านแล้วถึงจะสามารถอัปโหลดภาพขายได้

ขนาดภาพที่ใช้ส่ง

  • ไฟล์ JPEG

  • ความละเอียดขั้นต่ำประมาณ 2400 × 1600 px

  • อย่างน้อยประมาณ 3 ล้านพิกเซลขึ้นไป

  • ขนาดไฟล์ไม่เกิน 50 MB

ภาพจากมือถือสมัยใหม่ส่วนใหญ่จะผ่านอยู่แล้ว

ภาพที่ส่งต้องเป็นแบบนี้

  • เป็นภาพที่ เราถ่ายเอง

  • ภาพต้อง คมชัด

  • ไม่มี ลายน้ำ

  • ไม่มี โลโก้หรือแบรนด์สินค้า

  • ถ้ามีคนในภาพ อาจต้องมี Model Release (ใบยินยอมให้ใช้ภาพ)

2. เตรียมข้อความสำหรับกรอกตอนอัปโหลดภาพ

เวลาส่งภาพในระบบ เราจะต้องกรอกข้อมูลของภาพด้วย

*** ทุกช่องต้องพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ

Description (คำอธิบายภาพ)

คำอธิบายภาพควรเป็นประโยคสั้น ๆ อธิบายสิ่งที่อยู่ในภาพ

  • ไม่ควรเกินประมาณ 250 ตัวอักษร

  • ไม่ควรสั้นเกินไป

ตัวอย่าง (ภาพท้องฟ้า)

ถ่ายด้วยความละเอียดสูงสุด OPPO a3x ขนาด 6528x4896 px

Description(คำอธิบายภาพ)

Beautiful blue sky with soft white clouds in bright daylight, natural sky background

Keywords (คำสำคัญ)

คำสำคัญช่วยให้คนค้นหารูปเราเจอ ใส่ได้สูงสุด 50 คำ

ตัวอย่างคำสำคัญสำหรับภาพท้องฟ้า

blue ,sky ,white, cloud , nature ,background, clear, beautiful ,daylight, sunny ,weather, air ,outdoor ,environment

*** ทุกคำต้องเป็น ภาษาอังกฤษ


3. เอกสารที่ใช้สมัคร

ตอนสมัครเป็นผู้ขายกับ Depositphotos จะต้องมี เอกสารยืนยันตัวตน

เอกสารที่ใช้ได้ เช่น

  • บัตรประชาชน

  • หนังสือเดินทาง (Passport)

  • ใบขับขี่

โดยต้องถ่ายเป็นภาพแล้วอัปโหลดเข้าไปในระบบ

ขนาดภาพเอกสาร

ควรถ่ายให้มีความละเอียดประมาณ

  • 1600 × 1200 px ขึ้นไป

  • หรือประมาณ 1920 × 1080 px

  • หรือ 2048 × 1536 px

ไฟล์ภาพควรเป็น

  • JPG / JPEG / PNG

  • ขนาดไฟล์ไม่เกินประมาณ 20 MB

และต้องถ่ายให้

  • เห็น บัตรเต็มใบ

  • ข้อมูลบนบัตร อ่านได้ชัด

  • ภาพไม่เบลอ

  • ไม่ตัดขอบบัตร

4.สมัครผ่านลิงก์นี้ได้เลย

เมื่อเตรียมรูปและเอกสารเรียบร้อยแล้ว สามารถสมัครได้จากลิงก์นี้

https://depositphotos.com/th/?ref=63206138&utm_source=linkCopy&utm_medium=referral

ลิงก์นี้เป็น ลิงก์แนะนำเพื่อน (Referral link) ถ้าสมัครผ่านลิงก์นี้ ก็ถือว่าเป็นการสมัครผ่านคำแนะนำของเราผู้แนะนำค่ะ (ไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ จ่ายแต่ค่าเนตที่ตัวใช้น่ะ)

หลังจากสมัครแล้ว คุณก็จะมี ลิงก์แนะนำของตัวเอง เหมือนกัน และสามารถนำไปแชร์ให้เพื่อนสมัครต่อได้ค่ะ

5. ส่งภาพสอบ 5 ภาพ

หลังสมัครแล้ว ระบบจะให้เราส่ง ภาพตัวอย่าง 5 ภาพ เพื่อให้ทีมงานตรวจคุณภาพ

ปกติจะตรวจเรื่อง

  • ความคมชัดของภาพ

  • องค์ประกอบภาพ

  • ความถูกต้องของข้อมูล

ระยะเวลาตรวจสอบประมาณ 7 – 10 วัน

ถ้าผ่านแล้ว เราก็สามารถเริ่มอัปโหลดภาพขายได้ทันที

6. การรับเงินจากการขายภาพ

เมื่อมีคนซื้อภาพของเรา เงินจะสะสมอยู่ในบัญชีผู้ขายก่อน

การรับเงินจะต้องผ่าน บริการรับเงินออนไลน์ (ตัวกลางรับเงิน) เช่น

  • Payoneer

  • Skrill

เราต้องสมัครบัญชีกับบริการเหล่านี้ และจำเป็นมากคือ ก่อนสมัครต้องศึกษาข้อมูลการใช้งานด้วยนะคะ เมื่อสมัครแล้วจึงนำไปเชื่อมกับบัญชีผู้ขายใน Depositphotos

เมื่อมีรายได้ เงินจะถูกโอนเข้าไปยังบัญชีตัวกลางนี้ก่อน แล้วเราค่อยถอนเข้าธนาคารของเราอีกที

7. การถอนเงิน

เงินจะสะสมอยู่ในบัญชีผู้ขายก่อน และสามารถถอนเงินได้เมื่อยอดถึงขั้นต่ำที่เว็บไซต์กำหนด ซึ่ง Depositphotos กำหนดขั้นต่ำในการถอนเงินไว้ที่  25 ดอลลาร์ (USD)

เมื่อยอดถึงแล้ว เราต้องเข้าไป กดถอนเงินเอง ในระบบ โดยไปที่เมนู

Seller Menu → Request Earnings → Request Payment

จากนั้นเงินจะถูกโอนไปยังบัญชี Payoneer หรือ Skrill ที่เราเชื่อมไว้

8. ก่อนถอนเงินต้องกรอกแบบฟอร์มภาษี

ก่อนที่จะถอนเงินครั้งแรก ระบบจะให้เรากรอก แบบฟอร์มภาษี W-8BEN เป็นแบบฟอร์มสำหรับผู้ขายที่อยู่นอก สหรัฐอเมริกา ใช้ยืนยันว่าเราเป็นผู้ขายจากต่างประเทศ

กรอกข้อมูลพื้นฐาน (ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ)เช่น

  • ชื่อ

  • ประเทศ

  • ที่อยู่

เมื่อกรอกเสร็จแล้วจึงจะสามารถถอนเงินได้

สำหรับเรา การขายภาพออนไลน์ถือว่าเป็น อีกช่องทางหารายได้เสริมที่น่าสนใจมาก

ถ้าคุณชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว ลองเอารูปที่มีไปขายดูได้เลย บางรูปอาจขายได้หลายครั้ง และกลายเป็นรายได้แบบเรื่อย ๆ

ถือว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เอางานอดิเรกอย่างการถ่ายรูป มาสร้างรายได้ออนไลน์ได้เหมือนกันค่ะ

...

© วันที่เผยแพร่: 7 มีนาคม พ.ศ. 2569 (2026)

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

การใช้ Tab และเคอร์เซอร์ใน Microsoft Word

เวลาที่เราพิมพ์งานหรือทำรายงานใน Microsoft Word หลายคนอาจเคยเจอปัญหาเดียวกัน คือพอพิมพ์ข้อมูลหลาย ๆ อย่างในบรรทัดเดียวกัน เช่น รายชื่อ หรือข้อมูลที่อยากจัดให้เป็นคอลัมน์ ข้อความมักจะไม่ตรงกัน

บางคนก็เลยใช้วิธีกด Space หลาย ๆ ครั้งเพื่อเลื่อนข้อความให้ตรงตำแหน่ง แต่ปัญหาคือ ถ้ามีการแก้ไขข้อความทีหลัง ตำแหน่งก็อาจจะเลื่อน ทำให้เอกสารดูไม่เป็นระเบียบ

จริง ๆ แล้วใน Microsoft Word มีเครื่องมือที่ช่วยจัดตำแหน่งข้อความได้ง่ายกว่านั้น นั่นก็คือ Tab นั่นเอง

เมื่อเรากดปุ่ม Tab (↹) บนแป้นพิมพ์ เคอร์เซอร์จะเลื่อนไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้บนไม้บรรทัด ทำให้การจัดข้อความเป็นระเบียบและดูมืออาชีพมากขึ้น

แต่ก่อนที่จะเข้าใจการใช้ Tab เราควรทำความรู้จักกับอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากเวลาเราพิมพ์งาน นั่นก็คือ เคอร์เซอร์ (Cursor)

1. เคอร์เซอร์ (Cursor) คืออะไร

เคอร์เซอร์ (Cursor) คือเส้นแนวตั้งเล็ก ๆ ที่กระพริบอยู่ในเอกสาร Microsoft Word สัญลักษณ์จะมีลักษณะประมาณนี้ |   เคอร์เซอร์มีหน้าที่บอกตำแหน่งว่า ตอนนี้เรากำลังพิมพ์อยู่ตรงไหนในเอกสาร

เวลาที่เราพิมพ์ตัวอักษร ข้อความก็จะปรากฏตรงตำแหน่งที่เคอร์เซอร์อยู่ และเมื่อเรากดปุ่ม Tab (↹) เคอร์เซอร์ | ก็จะเลื่อนไปยังตำแหน่ง Tab ที่เราตั้งไว้บนไม้บรรทัด

2. Tab ใน Microsoft Word คืออะไร

Tab คือการกำหนดตำแหน่งที่เคอร์เซอร์จะหยุดในเอกสาร

เมื่อเรากดปุ่ม Tab (↹) บนแป้นพิมพ์ เคอร์เซอร์จะกระโดดไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้บนไม้บรรทัด (Ruler)

ตัวอย่างเช่น

ชื่อ ↹ นามสกุล ↹ เบอร์โทร

การใช้ Tab แบบนี้จะช่วยให้ข้อความเรียงตรงกันโดยอัตโนมัติ และดีกว่าการใช้ Space หลาย ๆ ครั้ง เพราะถึงแม้จะแก้ไขข้อความทีหลัง ตำแหน่งก็ยังคงเป็นระเบียบอยู่

3. การเปิดไม้บรรทัด (Ruler)

ก่อนที่จะใช้งาน Tab เราควรเปิด ไม้บรรทัด (Ruler) ก่อน เพราะเราจะใช้ไม้บรรทัดในการกำหนดตำแหน่ง Tab

วิธีเปิดไม้บรรทัด

   (1) เปิดโปรแกรม Microsoft Word

   (2) ไปที่เมนู View

   (3) ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ Ruler

เมื่อเปิดแล้ว เราจะเห็นไม้บรรทัดปรากฏอยู่ด้านบนของเอกสาร และสามารถใช้ตั้งค่า Tab ได้

4. วิธีตั้งค่า Tab ใน Microsoft Word

การตั้งค่า Tab สามารถทำได้ง่าย ๆ จากไม้บรรทัดด้านบนของเอกสาร

ขั้นตอนการตั้งค่า

   (1) คลิกเลือกประเภทของ Tab ที่มุมซ้ายของไม้บรรทัด

   (2) คลิกตำแหน่งบนไม้บรรทัดที่ต้องการตั้ง Tab

   (3) พิมพ์ข้อความ จากนั้นกดปุ่ม Tab (↹)

   (4) เคอร์เซอร์ | จะเลื่อนไปยังตำแหน่ง Tab ที่เราตั้งไว้

วิธีนี้ช่วยให้การจัดข้อมูล เช่น รายชื่อ หรือข้อมูลตัวเลข ดูเป็นระเบียบและอ่านง่ายขึ้นมาก

5. ประเภทของ Tab ใน Microsoft Word พร้อมสัญลักษณ์

ใน Microsoft Word มี Tab หลายประเภท แต่ละแบบใช้จัดข้อความต่างกัน และมีสัญลักษณ์บนไม้บรรทัดแตกต่างกัน

(1) Left Tab (แท็บชิดซ้าย) สัญลักษณ์: ใช้จัดข้อความให้เริ่มจากด้านซ้ายของตำแหน่ง Tab เหมาะกับข้อความทั่วไป

(2) Center Tab (แท็บกึ่งกลาง) สัญลักษณ์: ใช้จัดข้อความให้อยู่ตรงกลางของตำแหน่ง Tab เช่น หัวข้อ

(3) Right Tab (แท็บชิดขวา) สัญลักษณ์: ใช้จัดข้อความเพื่อให้ชิดด้านขวาของตำแหน่ง Tab นี้มักใช้กับตัวเลข

(4) Decimal Tab (แท็บทศนิยม) สัญลักษณ์: ┴• ใช้จัดตัวเลขให้ตรงกับตำแหน่งจุดทศนิยม เช่น ราคา หรือข้อมูลทางบัญชี

(5) Bar Tab (แท็บเส้นตั้ง) สัญลักษณ์: | จะใช้สร้างเส้นแนวตั้งในเอกสาร เพื่อช่วยให้การแบ่งข้อมูลให้ดูชัดเจนขึ้น

6. การใช้งาน Tab ใน Microsoft Word เวอร์ชันต่าง ๆ

การใช้ Tab (↹) และ เคอร์เซอร์ | สามารถใช้งานได้เหมือนกันเกือบทุกเวอร์ชันของ Microsoft Word เช่น

  • Microsoft Word 2010

  • Microsoft Word 2013

  • Microsoft Word 2016

  • Microsoft Word 2019

  • Microsoft Word 365

ถึงแม้ว่าหน้าตาของโปรแกรมในแต่ละเวอร์ชั่นอาจจะต่างกันเล็กน้อย แต่หลักการใช้ Tab ก็ยังคงเหมือนเดิม

7. ประโยชน์ของการใช้ Tab

การใช้ Tab ใน Microsoft Word มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น

  • ช่วยให้เอกสารดูเป็นระเบียบ

  • จัดข้อมูลให้ตรงกันได้ง่าย

  • ลดการใช้ Space หลายครั้ง

  • เหมาะสำหรับการทำรายงาน ตาราง หรือรายการข้อมูล

ดังนั้น การใช้Tab จะเป็นตัวช่วยกำหนดตำแหน่งของข้อความให้เรียงตรงกัน ทำให้เอกสารดูเป็นระเบียบและอ่านง่ายมากขึ้น

Crocheting Rounded Cat Ears for a Cat Doll

When making a crochet cat doll, the ears are a small detail that can make a big difference. Instead of sharp triangle ears, I wanted the ear...