วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563

วิถีชาวบ้าน : หาปูนา

วิถีชาวบ้าน : หาปูนาหลังจากข้าวในนาถูกเกี่ยวหมดแล้ว

ฤดูทำนาเสร็จสิ้นไปก็จะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อข้าวในนาถูกเกี่ยวไปหมด ชาวบ้านก็จะนำข้าวที่เกี่ยวได้ไปตากให้แห้ง 
และสิ่งที่หลงเหลือบนพื้นนา นั่นคือฟางข้าวแห้งๆ 


     แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในนาด้วยนั้นก็คือ ปูนา นั่นเอง นอกเหนือจากปูแล้วก็อาจจะมีหอย กบ และงู (เจ้าตัวสุดท้ายขอไม่เจอะเจอกันนะ)   
      วันนี้จะนำภาพบรรยากาศในการไปหาปูในนามาฝากค่ะ ขออนุญาตไม่ดราม่ากันน้า...าา นี่เป็นวิถีชาวบ้านค่ะ ไปหาปูนาครั้งนี้คือนำมาทำอาหารจ้า เอาล่ะไปดูภาพกันเลย ส่วนใครอยากจะดูแบบเคลื่อนไหวก็มีให้ดูน้า..า แต่จะนานนิดนึงค่ะ (ช่วงเวลาจริงนานกว่าในVDOอีกนะคุณ)




อุปกรณ์พร้อม

ต้นหญ้า ดอกหญ้า ริมทาง กับวันฟ้าใส

เดินบนกองฟางต้องระวัง (งู)


คุถังใส่น้ำนิดหน่อย รอคอยปูนา


ทั้งก้มทั้งนั่ง เพื่อปูนา

แสงแดดยามช่วงเก้าโมง กับปูนาในถัง

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป 

บางรูก็ไม่เจอปูนา


ได้ปูนามาพอเพียง


เย็นนี้อาหารคือ "อ่อมปูนา"


วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ต้นสนคริสต์มาสประดับโต๊ะ น่ารักและเข้ากับเทศกาล


เทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ก็ใกล้เข้ามาทุกที แม้ว่าจะอยู่บ้าน ก็ขอมีโมเม้นต์ให้เข้าเทศกาลสักนิด  แต่น่ารักแบบนี้ไม่อยากเก็บไว้ดูคนเดียว เอ...เอาไปฝากน้องสักต้นเป็นของขวัญวันเกิดด้วยดีกว่า

ขนาดเล็กกระทัดรัด 
มีหิมะเกาะด้วย
 สนใจสั่งซื้อได้ที่  shopee.co.th/i.knit หรือเข้า link shopเลยจ้า

นิยาย วุ่นรักคุณเจ้าหนี้ ตอน 2 (#อ่านฟรี)

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ 
รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ 
ไม่ว่าในรูปแบบวิธีการใดๆ ในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ 
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

(ชื่อตัวละคร สถานที่ สถานการณ์ ทุกอย่างเป็นเพียงเรื่องสมมุติเท่านั้น)


ชีวิตที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางอุปสรรคที่เข้ามา
หญิงสาวผู้ที่มีชะตาพลิกผันกลายเป็นลูกหนี้
เพราะลุงได้สร้างเอาไว้โดยที่เธอไม่เคยรับรู้
เธอจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร  
ชีวิตเธอจะวุ่นวายขนาดไหน 
จะมีใครช่วยเธอได้บ้างหรือไม่
คงอยู่ที่ดวงชะตาของเธอเท่านั้น

 
ตอนที่ ๒
ข่าวร้ายของผู้เป็นแม่


ช่วงเวลาตีสามซึ่งก้าวเข้าสู่วันจันทร์เป็นช่วงที่ นิราวัลย์ หญิงวัยห้าสิบ ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อภาพชายหนุ่มมีเลือดนองใบหน้าปรากฏขึ้นในฝันของเธอ ใบหน้านั้นช่างเหมือนกับลูกชายของเธอ
“ตาหนู” เธอร้องเสียงดัง
กลางดึกคืนนั้นทำให้เธอไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ นั่นมันเป็นเพราะความฝันนั้นนั่นเอง เธอจ้องมองนาฬิกา เข็มนาฬิกานั่นหยุดนิ่งและไม่หมุนอีกต่อไป มันทำให้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ตีสามสิบห้า” เธอนึกในใจ 
ด้วยใจที่กังวลเธอจึงรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาลูกชายทันที หากแต่ปลายสายนั้นยังไม่คงรับสายของเธอ ยิ่งทวีคูณความกังวลให้เธอ เธอยังคงรอสายอยู่อย่างนั้น
“รับสายแม่สิลูก” เธอภาวนา
“ครับแม่”
 ทันทีที่เสียงจากปลายสายดังขึ้น ทำให้ผู้เป็นแม่รู้สึกคลายกังวลไปได้
“ตีสามกว่าแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่าครับ” เสียงนั้นเอ่ยถาม 
เธอตกใจกับความฝันอย่างมาก รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเมื่อได้พูดคุยได้ยินเสียงลูกชายที่เธอเฝ้าถนอมเลี้ยงดูจนกระทั่งตอนนี้ ชายหนุ่มได้เติบโตมีหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังคงเป็นกังวลใจเรื่อยไป ด้วยลูกชายมีอาชีพที่ต้องเสี่ยงภัยอันตรายบ่อยครั้ง 
“ตาหนู เมื่อไหร่จะกลับเข้าบ้านสักทีลูก แม่เป็นห่วง”
“แม่ครับ ผมไม่เป็นไร แม่สบายใจได้นะครับ นอนเถอะนะครับเดี๋ยวจะไม่สบาย ช่วงบ่ายวันจันทร์นี้ก็จะกลับแล้วครับ”
ชายหนุ่มพยายามปลอบขวัญแม่ผู้อ่อนไหวให้คลายกังวลจนเธอยอมวางสาย

เก้านาฬิกาของวันจันทร์มีเสียงรถมาจอดหน้าบ้านนิราวัลย์ ชายสวมสูทเดินลงจากรถ กดกริ่งที่ประตูไม้ซึ่งเป็นรั้วบ้าน
“ไหนตาหนูว่าจะมาบ่าย” 
นิราวัลย์พึมพำก่อนเดินออกมาตามเสียงกริ่งนั้น เธอถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเขา เธอไม่เข้าใจว่าเขามาทำอะไรที่นี่
การเผชิญหน้าระหว่างเธอกับ ทินกร ชายผู้มีอายุมากกว่าเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบเขา นับตั้งแต่เธอออกจากบ้านของสามีมาเมื่อ 29 ปีที่แล้ว
“คุณผู้หญิงเป็นอย่างไรบ้างครับ” เขาถามด้วยความนอบน้อมเช่นเคย
“ฉันสบายดี คุณทินกร คุณตามสืบฉันตลอดเลยหรืออย่างไร” เจ้าของบ้านถามด้วยสงสัย
“เป็นคำสั่งของคุณท่านครับ” เขาตอบตามความประสงค์ของนาย
“ฉันยังมีค่าในสายตาเขาอยู่รึ” เธอตัดพ้อสามีของเธอ
“อย่าตำหนิท่านเลยครับคุณผู้หญิง” ชายผู้มาเยือนขยับแว่น
“คุณมานี่ทำไมคะ” เธอถามเข้าประเด็น
แขกผู้มาเยือนยื่นซองสีน้ำตาลให้หญิงเจ้าของบ้านและบอกให้เธอเปิดดู เมื่อเธอรับซองนั้นมาแล้วเปิดมันออกดูตามที่เขาบอก มีกระดาษในนั้นหลายใบ มันเป็นภาพชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง 
“เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกับคุณท่าน ตอนนี้คุณท่านพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่สำหรับเขายังคงอยู่ในอาการโคม่า” ทินกรแจ้ง
ภาพที่เธอเห็นมันทำให้น้ำตาเธอไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“ผมมาที่นี่เพราะผมอยากจะพาคุณผู้หญิงไปพบเขาสักครั้ง เราจะไปโดยไม่ให้ใครรู้ ผมจัดเตรียมคนสังเกตการณ์ไว้เรียบร้อยแล้วครับ” เขาแจ้งวัตถุประสงค์
เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่ทินกรพูด เธอรีบตัดสินใจเข้าไปหยิบกระเป๋า แล้วขึ้นรถออกไปกับเขาทันที

การเดินทางที่ดูเหมือนจะยาวนานได้สิ้นสุดลง เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ทินกรพาเธอตรงไปที่ห้องนั้นทันที
เขาเปิดประตูให้เธอเข้าไปในห้องนั้น เธอเดินตรงไปที่เตียง  มือที่เธอกุมไว้นั้นเย็นเฉียบ น้ำตาพลางไหลออกมา ในตอนนั้นเธออยากจะร้องไห้ให้เสียงดังๆ แต่ทำไม่ได้ 
ภาพชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง มีออกซิเจนไว้ช่วยหายใจ ร่างที่นอนนิ่งไร้การตอบสนอง ใบหน้าชายหนุ่มนั้นช่างเหมือน  “ภูผา” ลูกชายของเธอยิ่งนัก
“ร่างกายคุณภูภพยังไม่มีการตอบสนองครับ เขาอาจจะเป็นเจ้าชายนิทรา” ทินกรแจ้ง
หัวใจของเธอแทบจะสลายเมื่อได้เห็นและได้ยินเกี่ยวกับสภาพที่ ลูกชาย อีกคนของเธอเป็นอยู่ในขณะนี้
เธอเดินเข้าไปแตะบนมือชายหนุ่มด้วยความรัก ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เลี้ยงดูเขาเลยตลอด 29 ปี
เธอรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ให้ความรักความอบอุ่นแก่เขา และมันช่างเป็นเวลาที่แสนสั้นที่จะได้อยู่ใกล้ชิดลูกชายคนนี้ เมื่อทินกรบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว 

ทินกรขับรถพาเธอกลับไปยังบ้าน แล้วก็ขอเข้าไปคุยเรื่องสำคัญที่ยังไม่ได้แจ้ง
“คุณมีเรื่องอะไรอีกเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม
“ผมมีเรื่องอยากเรียนคุณผู้หญิงเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของคุณภูภพ” ทินกรพูดน้ำเสียงจริงจัง
“เรื่องอะไรคะ” เธอนั่งที่เก้าอี้และวางกระเป๋าลงข้างตัว
“ผมสงสัยว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุครับ” 
“ทำไมคุณคิดอย่างนั้น” เธอทำหน้าสงสัย
“มีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในบริษัทที่ไม่ชอบมาพากล ตอนนี้ผมกำลังหาความจริงอยู่ครับ”
ในขณะที่ทั้งสองคุยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ คันใหญ่ขับเข้ามาจอดในบ้าน
ชายหนุ่มหันไปมองรถเก๋งที่จอดอยู่ แล้วเขาก็ลงจากมอเตอร์ไซค์เดินขึ้นบ้านไป
“สงสัยภูผาจะกลับมาแล้ว เขาบอกว่าจะกลับมาบ่ายวันนี้” เธอบอกทินกร
“แม่ครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้มารดา แล้วเดินเข้าไปหอมแก้มเธอ
“แม่ดีใจที่ลูกกลับมาซะที” เธอลูบหลังลูกชาย
“แม่มีแขกเหรอครับ งั้นเดี๋ยวผมขอตัวนะครับ” ชายหนุ่มมองทินกร  
“เหมือนกันมาก” ทินกรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เดินเข้ามา


ทินกรพิจารณาชายหนุ่มที่สวมเสื้อหนังสีดำทับเสื้อยืดคอวีสีขาว สวมกำไลหนังที่ข้อมือขวา ตัวของเขาสูงและดูกำยำ ทินกรเห็นสไตล์การแต่งตัวที่แตกต่าง แต่ใบหน้าที่เริ่มมีหนวดเคราขึ้นมาปกปิดเค้าโครงหน้านี้ มันไม่ได้ทำให้ใบหน้าของเขานั้นแตกต่างจากชายอีกคนที่หลับใหลอยู่บนเตียงโรงพยาบาลเลยแม้แต่น้อย
“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณหนู” ทินกรเรียกชายหนุ่มไว้
“คุณเรียกผมเหรอครับ” ภูผาหันกลับมาถาม
“เอ่อ...คุณผู้หญิงครับ ผมว่าคงได้เวลาบอกความจริงคุณหนูแล้วนะครับ” ทินกรมองหน้าเจ้านาย
“ฉัน...” เธอไม่มีคำใดที่จะพูด เพราะในตอนนี้เธอเองก็ไม่มั่นใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากบอกลูกในตอนนี้
“อะไรครับแม่” ชายหนุ่มเดินมานั่งข้างๆแม่
“แม่...เอ่อ...คือ...” เธอรู้สึกสับสน
“นะครับคุณผู้หญิง” ทินกรมองหน้าเธอ
นิราวัลย์ตัดสินใจได้แล้วว่าจะต้องบอกให้ลูกชายได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด เธอจึงพยักหน้าตอบรับแก่ทินกร
“นี่คุณทินกร เลขาคนสนิทพ่อของลูก” แม่หันไปบอกลูกชาย
“พ่อ...พ่อเหรอครับ” ชายหนุ่มตกใจเมื่อได้ยินแม่เอ่ยถึงพ่อ 
เมื่อทินกรได้รับอนุญาตจากเธอแล้ว เขาจึงรีบเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ชายหนุ่มฟัง
“ตอนนี้คุณภูภพพี่ชายคุณหนู ยังคงไม่ได้สติครับ”
เขายื่นซองภาพถ่ายนั้นอีกครั้ง 
ภูผาผู้เพิ่งได้รับรู้ฐานะของตนเอง ถึงกับตกใจเมื่อเห็นภาพชายที่นอนไร้สติบนเตียงนั่น มีใบหน้าเดียวกับตน
 “พี่ชายฝาแฝดของลูก แม่ขอโทษที่ปิดบังลูกมา 29 ปี ” นิราวัลย์ก้มหน้าร้องไห้
ภูผานั่งมองแม่ที่กำลังโทษตัวเองอยู่ในตอนนี้ เขาขยับตัวโอบกอดเธอด้วยความเข้าใจในสิ่งที่เธอทำ นั่นเพราะความรัก
“แม่ครับ อย่าร้องเลยนะ ผมไม่เป็นไร” ภูผาพูดปลอบแม่ แล้วเขาก็มองทินกรและพูดออกไปว่า “คุณต้องการอะไร”
“ผมมีเรื่องขอร้อง ผมมั่นใจว่ามีคนทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ครับ ผมอยากให้คุณหนูปลอมตัวเป็นคุณภูภพ” ทินกรนึกแผนการได้เมื่อแรกเห็นหน้าเขา
“อะไรนะ” นิราวัลย์ตกใจ
“จะให้ผมไปเป็นเขาได้ยังไงล่ะครับ ผมก็ต้องทำงานของผม”
“คุณหนูจำเป็นต้องออกจากการเป็นตำรวจครับ” ทินกรเสนอ
“ไม่มีทาง” ภูผาเสียงแข็ง
นิราวัลย์เห็นลูกชายกำลังโกรธ เพราะรู้ว่าเขาทุ่มเทกับงานมาก จึงลูบหลังลูกชายให้ใจเย็น
“ฉันว่าคุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ” นิราวัลย์บอกทินกร
ภูผามองทินกรแล้วก็ลุกขึ้น เดินหนีไปจากวงสนทนา เมื่อทินกรเห็นดังนั้น จึงต้องกลับตามคำขอของนิราวัลย์

นิยาย วุ่นรักคุณเจ้าหนี้ ตอน1 (#อ่านฟรี)

ชีวิตที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางอุปสรรคที่เข้ามา
หญิงสาวผู้ที่มีชะตาพลิกผันกลายเป็นลูกหนี้
เพราะลุงได้สร้างเอาไว้โดยที่เธอไม่เคยรับรู้
เธอจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร  
ชีวิตเธอจะวุ่นวายขนาดไหน 
จะมีใครช่วยเธอได้บ้างหรือไม่
คงอยู่ที่ดวงชะตาของเธอเท่านั้น

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ 
รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ 
ไม่ว่าในรูปแบบวิธีการใดๆ ในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ 
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

(ชื่อตัวละคร สถานที่ สถานการณ์ ทุกอย่างเป็นเพียงเรื่องสมมุติเท่านั้น)
 


ตอนที่ ๑
เมื่อความซวยมาเยือน


ในเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย ถนนอย่างกับลานจอดรถ สภาพแบบนี้เห็นได้ชินตา ทุกครั้งที่คุณก้าวเท้าออกจากที่พำนักพักพิง และอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณบ้างก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ จึงต้องอาศัยวิชาการเอาตัวรอดกันเอาเอง ด้วยเป็นเมืองใหญ่ มีทุกสิ่งให้เลือกสรร ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างก็เข้ามาแสวงหาโชคจากที่นี่ เช่นเดียวกับขิงที่กำลังตะลอนหางานทำหลังจากที่ได้รับปริญญา ขิงออกมาอยู่หอพักเพียงลำพังตั้งแต่เธอเรียนยังไม่จบ เพื่อให้สะดวกในการเดินทางไปเรียน และทำงานพิเศษร่วมไปด้วย หวังจะได้แบ่งเบาค่าใช้จ่ายของแม่ จนกระทั่งเธอเรียนจบแล้วก็ยังคงตะลอนหางานอย่างไม่หยุดยั้ง
ยุคเทคโนโลยีที่อะไรๆ ก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อเพื่อความสบายสะดวกรวดเร็ว  ทำให้คู่แข่งของเธอมีมากขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงหาวิธีสมัครงานหลายๆ วิธี ไม่ว่าจะสมัครทางอีเมล ฝากประวัติไว้กับเว็บไซต์จัดหางาน หรือแม้กระทั่ง Walk in 
“ช่วงนี้งานหายากจังเลย ร่อนใบสมัครหลายที่แล้วนะเนี่ย”
เธอบ่น
 “ตืดๆๆ”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบรับสายด้วยหวังว่าสายนั้นจะเรียกเธอไปสัมภาษณ์
“สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เป็นโปรโมชั่น...”
เธอกดสายนั้นทิ้งทันทีที่ได้ยินเสียงเช่นนี้
“เฮ้อ! ฉันรอเรียกสัมภาษณ์งาน ไม่ใช่รอสายคอลเซนเตอร์โปรโมชั่น” เธอบ่นอีกครั้ง
เธอตัดสินใจไปเดินเตร่ในห้างสรรพสินค้าแก้เซ็ง สายตาก็เหลือบมองข้อความตามที่แปะหน้าร้านที่เดินผ่าน เผื่อจะมีงานที่เธอทำได้บ้าง 
“คนที่จบไปแล้ว เขาหางานกันได้บ้างมั้ยนะ” ใจเธอคิดไปถึงเพื่อนในกลุ่มที่ได้ตัดสินใจกลับไปหางานทำที่บ้านเกิด 
เธอหยุดเดินแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า นิ้วมือปัดหน้าจอเลื่อนขึ้นเลื่อนลง ดูความเป็นไปของเพื่อนๆ ผ่านทางสื่อออนไลน์ 
“โอ้โฮ...สวนทุเรียน นี่ก็สวนยาง นี่ก็ครู แต่ละคนนี่ไม่ต้องร่อนหางานแล้วมั้ง”
เธอเดินวนไปวนมาเกือบทุกชั้น สุดท้ายก็มาหยุดที่ร้านหนังสือ ผู้คนในร้านช่างน้อยนิด เธอจึงเดินเข้าไปข้างใน สายตามองหนังสือที่ชั้น หนังสือแต่ละเล่มแลดูเงียบเหงา นั่นเป็นเพราะใจ เธอเองที่รู้สึกเดียวดายอยู่รึเปล่าเธอไม่แน่ใจ หนังสือที่ลดราคาถูกกองอยู่บนโต๊ะ คงรอคนที่เป็นเจ้าของมาพากลับบ้านไปด้วย...ใช่...เธอคิดเช่นนั้น สายตาเธอมองไปยังโซนของเล่นเสริมทักษะ สำหรับเด็กแล้วมันก็เป็นเรื่องน่าสนับสนุนอย่างหนึ่ง 
“เจ้าลูกสี่เหลี่ยมนั่น”
สายตาเธอไปสะดุดกับของเล่นชิ้นหนึ่งเข้าให้ สิ่งนั้นทำให้เธอเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาดู
“โอ้โฮ! ตั้งสองร้อยเชียว” เธอตกใจกับราคาของสินค้านั้น แต่เธอก็หยิบมันขึ้นมา สองเท้าก้าวเดินไปยังโต๊ะแคชเชียร์
“เจ้าลูกนี้ หน้าตาแปลกดี ชื่ออะไรคะ” เธอถามแคชเชียร์
“ตัวนี้ฟิชเชอร์คิวบ์ค่ะ” แคชเชียร์มองที่ลูกสี่เหลี่ยมในมือเธอ
“อันนี้หมุนลื่นมั้ยคะ” เธอถามด้วยความสงสัย
“ลื่นค่ะ เคยเล่นแล้ว” แคชเชียร์ยืนยัน
“เคยเล่นแล้วเหรอคะ ยากมั้ยคะ” เธอเริ่มสนใจ
“แรกๆก็ไม่เข้าใจค่ะ แต่เล่นไปสักพักก็เริ่มทำได้ แต่ว่าก็ยังเล่นได้ไม่เร็วค่ะ อันนี้ดูวิธีเล่นในยูทูบได้นะคะ มีคนสอนเล่นอยู่ค่ะ” แคชเชียร์เล่าให้เธอฟัง
“เอ่อ...งั้นเอาอันนี้นะคะ แล้วเดี๋ยวขอดูหนังสืออีกสักนิดนึงเดี๋ยวมาค่ะ” เธอตัดสินใจในฉับพลัน
“ได้ค่ะ” แคชเชียร์ยิ้ม
สักพักเธอก็เดินกลับมาพร้อมกับหนังสือหนึ่งเล่ม มันเป็นหนังสือนิยายลดราคา ที่กองอยู่บนโต๊ะที่เธอเดินผ่านมานั่นเอง เธอจ่ายเงินสำหรับของเล่นและหนังสือนิยายให้แคชเชียร์
“ไม่ต้องใส่ถุงค่ะ เดี๋ยวใส่กระเป๋าไปเลย อ่อ...ขอบิลด้วยค่ะ”
เธอต้องการลดถุงพลาสติกช่วยโลกร้อน แต่ก็ต้องป้องกันตัวไว้ด้วยว่าเธอไม่ได้ขโมยสินค้า ก็ต้องเอาบิลชำระเงินเก็บไว้เป็นหลักฐานการชำระสินค้านั้นแล้ว
หลังจากเดินเล่นต่อสักพักเธอก็เดินออกไปที่ป้ายรถเมล์ เพื่อขึ้นรถกลับหอพัก
ความซวยมันไม่เข้าใครออกใคร เธอเองก็ยังต้องประสบพบเจอเช่นกัน เมื่อเธอกลับมาที่ห้องพักก็มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลโทรมาแจ้งข่าวร้ายให้เธอรับทราบ
“ตืดๆๆ”
“เบอร์แปลกๆ หรือว่าโทรนัดสัมภาษณ์ วันนี้วันศุกร์... แต่คนก็เลิกงานกันหมดแล้วด้วย... คงไม่ใช่มั้ง” เธอพิจารณาเบอร์ของสายเรียกเข้าสายนั้นแล้วตัดสินใจรับสาย
ทันทีที่เธอกดรับสาย ปลายสายได้แจ้งข่าวสำคัญแก่เธอ เมื่อได้รับข่าวนั้น น้ำตาเริ่มไหลนองเต็มใบหน้าเธอ เธอหยุดร้องไห้ไม่ได้ สติไม่อยู่กับตัว ความสูญเสียเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อต้องเสียมารดาที่เธอรักไป 
เธอรีบไปที่โรงพยาบาลทันที เพื่อจัดการเรื่องรับศพ แล้วยังต้องติดต่อเรื่องวัดเพื่อทำพิธี
การจัดงานศพเป็นไปโดยเรียบง่าย เพราะเธอไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว เท่าที่มีก็เป็นลุงที่ไม่เอาไหน สำมะเลเทเมาได้ทุกวี่วัน แต่ตอนนี้เขานั้นก็ได้จากโลกนี้ไปพร้อมกับแม่ของเธอด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่สามารถหาเบาะแสเอาผิดใครได้ ในงานก็จะมีบรรดาเพื่อนร่วมงานร้านเสริมสวยที่แม่เธอไปทำงานด้วยเพียงสามสี่คน ส่วนผู้คนในหมู่บ้านก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับใครนัก

ด้วยเหตุนี้เธอจึงต้องย้ายจากหอพักกลับมาอยู่ที่บ้าน เนื่องจากบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่พ่อของเธอทิ้งไว้เป็นมรดกแก่แม่นั้นตอนนี้กลายมาเป็นบ้านของเธอแล้ว แต่ทว่าความซวยยังไม่หนีจากเธอไปง่ายๆ เมื่อมีคนมาที่บ้านเธอ ด้วยได้ข่าวการเสียชีวิตของลุงเธอ 
บ่ายวันอาทิตย์หญิงวัยกลางคนมาพร้อมกับลูกน้องอีก สองคน กดกริ่งหน้าบ้าน หล่อนแจ้งว่าลุงของเธอนั้นได้จำนองบ้านหลังนี้ไว้กับหล่อนด้วยเงินต้นห้าแสนบาท หล่อนยื่นใบสัญญาให้เธอดู หากไม่มีการชำระบ้านหลังนี้ก็จะหลุดทันที
“ห้าแสน” หญิงสาวเห็นจำนวนตัวเลขในใบสัญญานั้นทำให้เจ็บแค้นชายผู้นี้อย่างมากที่บังอาจนำสมบัติล้ำค่าสิ่งเดียวที่พ่อมอบไว้ให้แม่ของเธอไปผลาญเยี่ยงนี้
 “ฉันจะมาเก็บเงินทุกสิ้นเดือน มีเงินต้นก็จ่ายมาพร้อมดอก ถ้าต้นลดดอกเบี้ยก็ลด ฉันก็เป็นลูกค้าแม่เธอ ฉันไม่โกงหรอกนะ” เจ้าหนี้แจ้ง

หลังจากที่เจ้าหนี้กลับไป เธอถึงกับกุมขมับ เพราะงานก็ยังหาไม่ได้ เงินในบัญชีที่เก็บหอมรอมริบเอาไว้ก็หมดไปกับงานศพ
“เหลือแค่แสนกว่าบาท มันไม่พอแน่ เพื่อนๆก็ดูท่าจะยุ่ง จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย” 

เธอมองตัวเลขในสมุดบัญชีธนาคารแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจด้วยหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไม่ได้

ค่ำคืนนั้นทำให้เธอนอนหลับไม่สนิท คิดแต่เรื่องหนี้สินที่ตัวไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ต้องมานั่งรับผิดชอบ เพราะถ้าหากไม่ใช้หนี้ เธอก็ไม่มีที่จะอยู่อาศัย สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เป็นน้ำพักน้ำแรงของพ่อที่ให้ไว้ก็จะสูญเปล่า เธอจะต้องรักษาบ้านหลังนี้ไว้ให้ได้
“โอ๊ย! เลยนอนไม่หลับเลย จะทำยังไงเนี่ย”
เธอเอาผ้าห่มคลุมหัวนอนคลุมโปง พยายามข่มตาให้หลับ แต่แล้วน้ำตาก็หลั่งไหลออกมา เธอร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ค่ำคืนที่ทรมานมันช่างแสนจะยาวนานเหลือเกิน เสียงสะอื้นเบาๆ น้ำตาหยดลงบนหมอนที่เธอหนุน มันยังคงไหลอยู่อย่างนั้นจนเธอหลับไป

เตรียมอะไรบ้าง ก่อนหารายได้เสริมจาก Google

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การใช้อินเทอร์เนต และบริการต่างๆผ่าน application ก็มีมากขึ้น การค้นคว้าหาความรู้ หรือความบันเทิง ก็มีให้เลือกมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถที่จะหาเงินเป็นรายได้เสริมก็ได้นะ ก็จากGoogle นี่ละจ้า 
     การที่จะเปิดสร้างรายได้กับ Google นั้น เราต้องเตรียมอะไรบ้าง 
1.อุปกรณ์ อย่างคอมพิมเตอร์ (จะยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ก็ขอแค่ใช้อินเทอร์เนตได้นะจ้ะ) หรือ โทรศัพท์มือถือ(นี่ก็เช่นกันจะยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ก็ขอแค่ใช้อินเทอร์เนตได้นะจ้ะ)
2.อินเทอร์เนต (รายวัน รายเดือนก็ว่ากันไป)
3.บัญชี อีเมล์ (E-mail) ที่เป็น ของกูเกิล นั่นคือ Gmail นั่นเอง 
4.บัญชี Google Adsense (อันนี้ต้องทำการสมัครเพื่อดูยอดรายได้ด้วย)


#รายได้เสริม #หาเงิน #กูเกิล #Google #Adsense 

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563

นี่หรือคือนกโพระดก ในป่าใหญ่ ใยเจ้ามาอยู่ในเมือง

 

นี่หรือคือนกโพระดก เคยได้ยินแต่ ประโยคที่ว่า “เสียงนกโพระดกมันร้องโฮกป้กโฮกป๊ก” ตามเนื้อเพลงโพระดก (ซึ่งก็คุ้นแต่ท่อนนี้เพราะดูละคร^-^)

หลายวันมาแล้วที่บ้านได้ยินเสียงนกอะไรดังก้องกังวานเหลือเกิน ได้ยินแต่เสียงหาตัวไม่เจอ จนกระทั้งคราวนี้มันดังคล้ายๆอยู่บนหัว ทันใดมองขึ้นตามเสียง อุ้ยนั้นใช่เสียงเขารึเปล่านะ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย พร้อมกับสังเกตจังหวะการร้อง ซึ่งก็ตรงกับเสียง  จึงพยายามซูมเข้าไปใกล้ๆ จากแลเก็นด้วยตาเปล่าไกลๆคล้ายกับว่าลักษณะตัวนั้นจะเล็ก มีสีที่หัว(หน้าผากสีแดง อกแดง) ก็ไม่รู้ว่านกอะไร  จึงเปลี่ยนโลเกชั่นพร้อมกับเปลี่ยนเป็นกล้องFuji xa5 ซูมเข้าไป(ซูมได้น้อยกว่าFuji 2000hd รุ่นถ่าน2A) ก็ถ่ายภาพนิ่งแล้วครอป ก็จะเห็นภาพชัดขึ้น

 





 



  

แต่ทว่าด้วยความอยากรู้จึงค้นหาด้วยลักษณะดังกล่าว(ค้นกูเกิลว่า นกหัวแดงอกแดง) ก็ขึ้นภาพของนกมา จะใช่รึเปล่า แต่มันก็น่าจะใช่ ทั้งฟังเสียงด้วยแล้วก็ใช่เลย อ้อ...นี่รึ นกตีทอง  นกโพระดก ในป่าใหญ่

ขอบคุณ พิกิพีเดีย ที่มีข้อมูล

นกตีทอง[2] (อังกฤษ: coppersmith barbet, crimson-breasted barbet, coppersmith, ชื่อวิทยาศาสตร์: Megalaima haemacephala) เป็นนกโพระดก (Megalaimidae) ที่เล็กที่สุด ตัวเขียว คอเหลือง อกและหน้าผากแดง ขอบตาเหลือง มักเกาะบนต้นไม้สูง รู้จักกันดีเพราะร้องเสียง “ป๊ก ๆ” เป็นจังหวะสมํ่าเสมอเหมือนกับช่างตีทอง (ฝรั่งว่าเหมือนกับช่างตีทองแดง) เป็นนกประจำถิ่นของเอเชียใต้ และบางส่วนของเอเชียอาคเนย์ ทำรังโดยเจาะโพรงไม้เหมือนกับนกโพระดกประเภทอื่น ๆ โดยมากกินผลไม้ เช่น ลูกไทร แต่บางครั้งก็กินแมลงอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะแมลงเม่า (ปลวกมีปีก) ในประเทศไทย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 จึงห้ามล่า พยายามล่า ห้ามค้า ห้ามนำเข้าหรือส่งออก ห้ามครอบครอง ห้ามเพาะพันธุ์ ห้ามเก็บหรือทำอันตรายรัง การห้ามการครอบครองและการค้ามีผลไปถึงไข่และซาก[3]

จะส่งสินค้าด้วย Kerry อย่าลืมเช็กราคาส่งพัสดุในพื้นที่ห่างไกล

         การใช้บริการขนส่งในยุค New Normal 2020 นี้ เป็นอะไรที่สำคัญและจำเป็นสำหรับแม่ค้าออนไลน์ อย่างเช่นร้านเรา i.knitping ที่เปิดขายกับ App Shopee ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วจะเปิดส่งขนส่ง ไปรษณีย์ไทย อย่างเดียว เพราะสะดวกและใกล้ และเรื่องน้ำหนักของพัสดุก็พอจะรู้ราคาจากตารางบ้างแล้ว 

        เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งมีลูกค้าอยู่หนึ่งรายต้องการซื้อสินค้าแต่ไม่สะดวกที่จะจ่ายผ่าน app ก็ทำให้เราเสียโอกาสไป นี่จึงเป็นคราวที่จะลองเพิ่มขนส่งอีกแหล่ง โดยการส่งกับเคอรี่ เพราะลูกค้าบางรายไม่สะดวกที่จะจ่ายผ่าน app Shopee เนื่องจากลูกค้าสะดวกที่จะจ่ายเงินสด ชำระปลายทาง อะไรงี้ จึงเปิดส่งด้วยเคอรี่เป็นบางรายการสินค้า แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ร้านมือใหม่อย่างเราลืมนึกถึง เมื่ออ่านเจอค่าจัดส่งเพิ่มห่างสถานที่ของลูกค้าอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ไกล เคอรี่จะคิดราคาเพิ่ม เพราะฉะนั้นแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ จะส่งสินค้าด้วย Kerry อย่าลืมเช็กราคาส่งพัสดุในพื้นที่ห่างไกล ด้วยนะคะ

หรือจะสอบถามสาขาที่ใกล้และสะดวกกับร้านดูนะจ้ะ




#เช็คราคา #เคอรี่ #พื้นที่ห่างไกล #ราคาขนส่ง #เช็ก #kerry


เทคนิคถักเพิ่มหลักแบบไม่มีรูสำหรับ Amigurumi

  การเพิ่มหลักเป็นเทคนิคที่ใช้บ่อยในการถัก Amigurumi โดยเฉพาะการถัก single crochet 2 ครั้งในหลักเดียวกัน เพื่อเพิ่มจำนวนหลักในแต่ละรอบ แต่ใ...