วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569

ฝนตกครั้งนั้น นิทานสอนใจสำหรับเด็ก

 


ฝนตกครั้งนั้น | นิทานสอนใจสำหรับเด็ก

กลุ่มผู้อ่าน อายุ 6-9ปี

แนะนำตัวละคร

ตั้น เด็กชายวัย 9 ขวบ ร่าเริง ชอบวิ่งเล่น และเป็นคนมั่นใจในตัวเอง บางครั้งเขาคิดว่าเรื่องเล็ก ๆ คงไม่เป็นอะไร จึงมักลืมระวังตัว

แม่ของตั้น คุณแม่ใจดีและอบอุ่น คอยดูแลต้นอยู่เสมอ และมักเตือนให้ต้นดูแลตัวเอง โดยเฉพาะในวันที่ฝนตกหรืออากาศเปลี่ยนแปลง

มิน เพื่อนสนิทของต้น เป็นเด็กที่รอบคอบและช่างสังเกต เธอมักคอยเตือนต้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังทำอะไรที่ไม่ควรทำ


ฝนกำลังจะตก

หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง ตั้นสะพายกระเป๋าเดินออกจากห้องเรียนพร้อมกับมิน

แต่เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าโรงเรียน ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับกลายเป็นสีเทา เมฆก้อนใหญ่ลอยปกคลุมไปทั่ว ลมพัดแรงจนต้นไม้ข้างสนามเอนไปมา

“ตั้น ดูเหมือนฝนกำลังจะตกเลยนะ” มินพูดพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

ตั้นเงยหน้ามองแล้วหัวเราะ

“แค่ฝนตกนิดเดียวเอง บ้านเราอยู่ใกล้ ๆ เดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว”

ทันใดนั้น เม็ดฝนเม็ดใหญ่ก็เริ่มตกลงมา

เปาะ... เปาะ... เปาะ...

เด็กหลายคนรีบวิ่งกลับเข้าไปหลบใต้ชายคา บางคนหยิบร่มออกจากกระเป๋า

มินเองก็หยิบร่มจากกระเป๋าแล้วกางมันออกและไม่ลืมที่จะเอ่ยชวนต้น

“ตั้น มาหลบด้วยกันก่อนสิ รอให้ฝนหยุดหรือเบาลงแล้วค่อยกลับก็ได้”

ต้นมองออกไปยังถนนหน้าประตูโรงเรียน

“ไม่เป็นไร ตั้นกลับก่อนนะ”

“แต่ฝนเริ่มตกหนักแล้วนะ” มินยังกังวล

“ไม่เป็นไรหรอก ตั้นวิ่งเร็วจะตาย”

ตั้นพูดพร้อมกับหัวเราะ แล้ววิ่งออกไปจากโรงเรียน

มินได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง

ไม่นาน ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก

ตั้นที่ตอนแรกคิดว่าจะวิ่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว กลับต้องชะลอฝีเท้าลง เพราะน้ำฝนสาดเข้าหน้าและถนนก็เริ่มมีน้ำขัง

เสื้อผ้าของเขาค่อย ๆ เปียกจนชุ่ม

แต่ตั้นยังคิดว่า

“อีกนิดเดียวก็ถึงบ้านแล้ว”

หน้า 2

เปียกฝนจนหนาว

ในที่สุด ตั้นก็วิ่งมาถึงบ้าน

“แม่ครับ! ผมกลับมาแล้ว!”

แม่เดินออกมาจากห้องครัว แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นลูกชายตัวเปียกปอนตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ตั้น! ทำไมตัวเปียกแบบนี้ล่ะลูก?”

“ฝนตกหนักครับ แต่ผมวิ่งกลับมาแป๊บเดียวเอง”

แม่รีบหยิบผ้าขนหนูมาให้

“รีบเช็ดตัวให้แห้ง แล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า อย่านั่งอยู่ทั้งที่ตัวเปียกแบบนี้”

ตั้นรับผ้าขนหนูมา

“ครับแม่”

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ตั้นก็นั่งลงกินอาหารเย็น

ตอนนั้นเขายังรู้สึกสบายดี จึงไม่ได้คิดถึงเรื่องที่แม่เตือนอีก

แต่เมื่อถึงเวลานอน ตั้นกลับเริ่มรู้สึกแปลก ๆ

เขารู้สึกหนาว ทั้งที่ห่มผ้าอยู่

“แม่ครับ…”

แม่เดินเข้ามาในห้องทันที

“เป็นอะไรลูก?”

“ผมรู้สึกไม่ค่อยดีครับ หนาวด้วย แล้วก็เจ็บคอ”

แม่แตะหน้าผากของต้นอย่างเป็นห่วง

“วันนี้ตัวเปียกฝนมากใช่ไหม”

ตั้นพยักหน้า

“ครับ”

แม่จัดหมอนให้ลูกนอนสบายขึ้น แล้วนำแก้วน้ำอุ่นมาให้

“ดื่มน้ำอุ่นก่อนนะ แล้วพักผ่อนเยอะ ๆ”

ตั้นรับแก้วน้ำมาถือไว้

เขานึกถึงคำพูดของมินที่โรงเรียน

“รอให้ฝนหยุดหรือเบาลงแล้วค่อยกลับก็ได้”

ถ้าวันนั้นเขารอฝนอีกสักหน่อย เขาคงไม่ต้องกลับมานอนป่วยแบบนี้

ตั้นเริ่มรู้สึกเสียดายที่ไม่ยอมฟังคำเตือน


วันที่ต้องหยุดเรียน

เช้าวันต่อมา ตั้นตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่สดชื่น

เขายังมีอาการคัดจมูกและไอเล็กน้อย แม่จึงบอกให้เขาพักอยู่บ้าน

ตั้นมองชุดนักเรียนที่เตรียมเอาไว้แล้วถอนหายใจ

“วันนี้ผมไปโรงเรียนไม่ได้เหรอครับ?”

“พักก่อนนะลูก รอให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้วค่อยไปโรงเรียน”

ตั้นพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เขานอนพักอยู่บนเตียงจนกระทั่งโทรศัพท์ดังขึ้น และนั่นเป็นข้อความจากมิน

มิน: วันนี้ไม่มาโรงเรียนเหรอ?

ตั้นพิมพ์ตอบกลับไป

ตั้น: ไม่สบาย เมื่อวานตากฝนกลับบ้าน

ไม่นาน มินอ่านแล้วก็ตอบกลับมา

มิน: หายเร็ว ๆ นะ คราวหน้าถ้าฝนตก อย่าฝืนวิ่งกลับนะ

ตั้นอ่านแล้วหัวเราะเบา ๆ

ตั้น: รู้แล้ว เราจะระวังมากขึ้น

หลังจากวางโทรศัพท์ ตั้นก็นอนคิดถึงเรื่องเมื่อวาน

เขาเคยคิดว่า

“ฝนแค่นี้เอง เดี๋ยวก็หาย”

แต่ตอนนี้เขากลับต้องนอนพักอยู่บ้าน อดไปโรงเรียน และอดเล่นกับเพื่อน ๆ

ตั้นจึงเข้าใจว่า แม้ฝนจะดูเหมือนเรื่องเล็ก ๆ แต่การปล่อยให้ตัวเปียกฝนและหนาวนาน ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม

เขาตัดสินใจว่า ต่อไปถ้าฝนตก เขาจะหาทางหลบฝน กางร่ม หรือรอให้ฝนเบาลงก่อนกลับบ้าน

และที่สำคัญ...

เขาจะฟังคำเตือนของคนที่เป็นห่วงเขามากขึ้น


ครั้งต่อไป ตั้นจะไม่ฝืนแล้ว

หลายวันต่อมา ตั้นหายดีและกลับไปโรงเรียนตามปกติ

เย็นวันนั้น ขณะที่ตั้นกำลังจะเดินกลับบ้านกับมิน ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง

ลมเย็นพัดผ่านสนาม

แล้วเม็ดฝนก็เริ่มตกลงมา

เปาะ... เปาะ... เปาะ...

ตั้นหยุดเดินทันที

มินหันมาถาม

“ตั้น กลับบ้านเลยไหม?”

ตั้นมองเม็ดฝนแล้วส่ายหน้า

“ไม่เอาดีกว่า เรารอให้ฝนเบาก่อน”

มินยิ้ม

“ในที่สุดก็จำได้แล้วนะ”

ตั้นหัวเราะ

“จำได้สิ เราไม่อยากนอนป่วยอีกแล้ว”

ตั้นหยิบร่มออกจากกระเป๋า แล้วกางร่มให้ทั้งสองคน

ทั้งคู่เดินกลับบ้านอย่างระมัดระวังเมื่อฝนเริ่มเบาลง

ระหว่างทาง ตั้นเห็นเด็กคนหนึ่งกำลังจะวิ่งออกไปเล่นกลางสายฝน

ตั้นจึงรีบบอกว่า

“อย่าเพิ่งวิ่งออกไปนะ รอให้ฝนหยุดก่อนดีกว่า เดี๋ยวไม่สบาย”

เด็กคนนั้นหยุดแล้วหันกลับมามอง

ตั้นยิ้มให้ ก่อนจะเดินต่อไปพร้อมกับมิน

ตั้งแต่นั้นมา เมื่อใดที่ฝนตก ตั้นจะไม่วิ่งตากฝนเหมือนเมื่อก่อนอีก

เขาจะมองหาที่หลบฝน ใช้ร่ม และดูแลตัวเองให้ดี

เพราะตั้นได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองแล้วว่า

การดูแลตัวเองตั้งแต่แรก ย่อมดีกว่าต้องมานอนป่วยทีหลัง

และคำเตือนจากคนที่รักและเป็นห่วงเรา...

บางครั้งก็ควรรับฟังตั้งแต่แรก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ฝนตกครั้งนั้น นิทานสอนใจสำหรับเด็ก

  ฝนตกครั้งนั้น | นิทานสอนใจสำหรับเด็ก กลุ่มผู้อ่าน อายุ 6-9ปี แนะนำตัวละคร ตั้น เด็กชายวัย 9 ขวบ ร่าเริง ชอบวิ่งเล่น และเป็นคนมั่นใจในตัวเ...